ตีตลาดประเทศไหน.....?

posted on 07 Sep 2009 22:51 by interbrand-beverages in Tipco

กลยุทธ์ทิปโก้

 

 

 

ทิปโก้ทำการรุกตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้สวนกระแสเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยคาดหวังให้ตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้โตถึง 50% เนื่องจากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ โดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ต้องการน้ำผลไม้รสชาติแปลกใหม่ พร้อมคุณประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ซึ่งการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องเป็นการลดงบประมาณในเรื่องของการทำโฆษณาและการลงทุน

การทำตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้ บริษัทมุ่งเน้นการทำกิจกรรม ณ จุดขาย และทำการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด ทิปโก้ครองส่วนแบ่ง 49% รองลงมาคือ มาลี 20% และยูนิฟ 15-16% จากที่กล่าวมานั้นเราได้เล็งเห็นว่าตลาดน้ำผลไม้สามารถเติบโตได้ดีในต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะพืชพันธุ์ผลไม้เติบโตขึ้นได้เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น น้ำผลไม้ไทยซึ่งมีรสชาติโดดเด่นจึงเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ โดยประเทศที่เราคาดว่าจะทำการเจาะตลาด คือ โปแลนด์ สวีเดน และกรีซ

 

 

 

โปแลนด์

 

 

 

ประเทศโปแลนด์มีประชากร 38.5 ล้านคน เป็นชาวโปแลนด์ร้อยละ 98 และอีกร้อยละ 2 เป็นเชื้อสายเยอรมัน เบลารุส ยูเครน ลิทัวเนียและอื่นๆ จากผลการวิจัยตลาดเครื่องดื่มในประเทศโปรแลนด์ของหนังสือพิมพ์ Rzeczpospolita พบว่ายอดจำหน่ายเครื่องดื่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าชาวโปแลนด์จะบริโภคเครื่องดื่มมากถึง 2 หมื่นล้านสว๊อตตี้ (2.4 แสนล้านบาท) นับเป็นโอกาสทางการตลาดที่ดี มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นผลดีต่อทิปโก้ที่จะทำการบุกตลาด

ชาวโปแลนด์เองก็ให้ความสนใจในด้านการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จึงหันมาบริโภคน้ำผลไม้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6 เป็นมูลค่ากว่า 4.9 พันล้านสว๊อตตี้ หรือประมาณ 20.58 หมื่นล้านบาท อัตราการขยายตัวของตลาดน้ำผลไม้สูงถึง100% มูลค่าการขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28 ตลาดก็มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต

ปัจจุบันตลาดโปแลนด์เริ่มเปิดรับอาหารจากเอเชียมากขึ้น การส่งออกน้ำผลไม้ไปยังผู้ผลิตโปแลนด์จึงเป็นที่โอกาสดี ทิปโก้ได้เล็งเห็นโอกาสนี้ในการขยายฐานลูกค้า เนื่องจากทิปโก้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทำมาจากน้ำผลไม้แท้ 100 % ที่ให้คุณประโยชน์ครบถ้วน ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพ เแต่ต้องคำนึงถึงราคาด้วย และต้องเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน หรือลูกค้าต่างชาติในระยะแรก ทั้งนี้ตลาดเพิ่งเริ่มต้นการตอบรับยังเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

 

            โดยมีคู่แข่งอย่าง "WOSANA" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และมีวิตามินอี วิตามินซี และวิตามินดี ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย และแพ็คเก็จจิ้งมีรูปแบบที่ทันสมัย ผู้บริโภคที่นิยมดื่มจะเป็นคนที่รักสุขภาพ เนื่องจาก"WOSANA" เป็นน้ำผลไม้ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล

 

สวีเดน

 

 

 

สวีเดนเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยโดยมีพื้นที่ 486,601 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรเพียง 8.9 ล้านคน ศาสนาร้อยละ 80 ของชาวสวีดิชจะนับถือศาสนาคริสต์ นิกายลูเธอราน

ประเทศสวีเดนไม่มีภาษาราชการ โดยมีภาษาสวีเดนเป็นภาษาหลักของประเทศ สวีเดนรับรองภาษาของชนกลุ่มน้อยห้าภาษา ได้แก่ ภาษาฟินแลนด์ เมแอนเกียลิ ภาษาซามิ ภาษาโรมานี และภาษายิดดิช เงินตราจะใช้สกุลโครนาสวีเดน (1 โครนาสวีเดนเท่ากับประมาณ 5.10 บาท)

ปัจจุบันสินค้าอาหารไทยกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากคนสวีเดนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดีเพราะเคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมาแล้วสินค้าอาหารไทยจึงน่าจะมีช่องทางในการขยายการส่งออกไปยังตลาดสวีเดนโดยเฉพาะอาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป และเครื่องปรุงอาหารไทย เช่น บะหมี่สำเร็จรูป ผลไม้กระป๋องและผลไม้แปรรูป ผักกระป๋องและผักแปรรูป อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ น้ำมันหอย น้ำปลา และซอสปรุงรส เป็นต้น เนื่องจากสวีเดนเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ประกอบกับแนวโน้มความต้องการสินค้าและโอกาสในการขยายตลาดยังคงมีลุ่ทางที่ดี  ดังนั้น จึงควรพัฒนาการผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

ปัจจัยสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง คือ เรื่องคุณภาพของสินค้า และกฎระเบียบการนำเข้าของสวีเดน บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ขนาดที่เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงรสนิยม (Consumer Preferences) และพฤติกรรมของผู้บริโภค (Consumer Behavior) ซึ่งแตกต่างไปจากตลาดอื่นๆ ตลอดจนควรคำนึงถึงคู่แข่งขันที่สำคัญ เพื่อจะได้นำไปพัฒนาการผลิตสินค้าให้มีความโดดเด่นแตกต่าง โดยใช้กลยุทธ์การตลาดเน้นที่คุณภาพของสินค้าและความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจการค้า เพื่อหาช่องทางและขยายการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสวีเดนให้ได้มากขึ้น

จากข้อมูลพื้นฐานที่กล่าวมา คาดว่าอาหารไทยน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยังมีลู่ทางในการขยายการส่งออกไปยังตลาดสวีเดนได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ชาวสวีเดนยังนิยมสินค้าที่มีคุณภาพสูง โดยไม่คำนึงถึงราคา ทิปโก้เป็นน้ำผักผลไม้ที่มีคุณภาพสูง และราคาไม่แพงมาก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการนำทิปโก้ไปวางจำหน่ายตามซุปเปอร์มาเก็ต และร้านอาหารไทย เนื่องจากกำลังเป็นที่นิยมในตลาด

โดยการทำการเจาะตลาดสวีเดนครั้งนี้คู่แข่งที่น่าจับตามอง คือ fresh Squeezed ซึ่งเป็นเคื่องดื่มว่านหางจระเข้ที่ผสมน้ำผลไม้แท้ คือ องุ่นและแอปเปิ้ล  เป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อร่างกาย และให้ความสดชื่นดับกระหาย  เพราะคุณค่าจากว่านหางจระเข้จากธรรมชาติ  และรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านการดีไซส์ผลิตภัณฑ์ก็เป็นจุดเด่นของ fresh Squeezed โดยมีลักษณะผลิตภัณฑ์เหมือนลักษณธของเพชร และผลิตภัณฑ์นี้ก็เป็นที่รู้จักสำหรับคนรักสุขภาพในประเทศสวีเดนด้วย

 

อินเดีย

 

 

           

ปัจจุบันอินเดียเป็นตลาดเป้าหมายที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญในฐานะตลาดใหม่ที่ยังมีช่องทางขยายการค้าและการลงทุนได้อีกมาก เนื่องจากมีความโดดเด่นในฐานะที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประชากรเกือบ 1,100 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน อีกทั้งขนาดของกลุ่มชนชั้นกลาง - บน ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามเศรษฐกิจที่เติบโตดีเฉลี่ยร้อยละ 7.8 ตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สถาบันวิจัย McKinsey คาดว่า ภายในปี 2568 อินเดียจะกลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก จากอันดับ 12 ในปัจจุบันทำให้นักธุรกิจที่จะเข้าไปทำธุรกิจในอินเดียให้ความสำคัญอย่างมากกับการศึกษาโครงสร้างประชากรและรูปแบบการบริโภคของชาวอินเดีย

อินเดียมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของ GDP มากกว่าร้อยละ 8 ต่อปี ซึ่งคาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9.1 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวไม่น่าเป็นที่ประหลาดใจเนื่องจากอินเดียมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในสาขาการค้าบริการและภาคอุตสาหกรรม ทำให้อินเดียกลายเป็นแหล่งลงทุนที่สามารถให้ผลกำไรจึงสามารถดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก

เนื่องจากชาวอินเดียส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังเป็นใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น โดยมักใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้า รับประทานอาหารนอกบ้านใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง รวมถึงการดูแลรักษาสุขภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่า ปัจจุบันสตรีชาวอินเดียใช้จ่ายเงินได้อย่างอิสระมากขึ้น นอกจากนี้ ประเทศอินเดียยังคัดค้านการใช้น้ำใต้ดินของประเทศและกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักศึกษาทำให้ประเทศอินเดียมีโอกาสในการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มสูงมาก

ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะนำทิปโก้ไปเจาะตลาดในประเทศอินเดีย เนื่องจากทิปโก้เป็นน้ำผลไม้แท้ 100 % ให้ทั้งความสดฃื่นและประโยชน์ต่อร่างกาย ขณะนี้กระแสคนรักสุขภาพก็มาแรง และประเทศอินเดียมีอัตราการขยายตัวที่รวดเร็ว จึงเหมาะที่จะนำทิปโก้ไปเจาะตลาด เพื่อขยายกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น

            โดยแบรนด์ที่ Hot Hit อยู่ในตลาดเครื่องดื่มอินเดียขณะนี้ คือ "JAP" ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาด และกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นน้ำผลไม้แท้ 100% โดย JAP วางกลุ่มเป้าหมายอยู่ในวัยทำงาน ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและความสดชื่นส่งไปยังผู้บริโภค

Comment

Comment:

Tweet

The layout of the blog seems decent!

#1 By free apple ipad (63.223.127.200) on 2010-10-20 11:43