รุกตลาดต่างประเทศ

posted on 07 Sep 2009 21:27 by interbrand-beverages in Oishi

 

 

 

การทำกิจกรรมด้านการตลาดและการส่งเสริมการขาย ในแคมเปญ “30 ฝา 30 ล้านของเครื่องดื่มชาเขียว ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ส่งผลให้สินค้าชาเขียวมีการขยายตัวไปสู่ตลาดผู้บริโภคใหม่เพิ่มขึ้น บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จึงมีแผนที่จะบุกตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ได้นำเครื่องดื่มชาเขียวไปขายในต่างประเทศ เช่น ลาว พม่า กัมพูชา เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และในภูมิภาคยุโรป ซึ่งตลาดใหม่ล่าสุดที่บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมตัวจะเข้าทำการตลาดคือ ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ในปี 2549 บริษัท โออิชิ กรุ๊ป โรงงานเครื่องดื่มใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2549 ทำให้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เพื่อสามารถรองรับการผลิตเครื่องดื่มชาเขียว สำหรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ

 

จากข้อมูลการเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม โออิชิ กรีนที ในประเทศไทย เครื่องดื่มโออิชิ กรีนที ยังคงรักษาความเป็นผู้นำของตลาดชาพร้อมดื่ม โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 64 % และในตลาดประเทศกัมพูชา เครื่องดื่ม โออิชิ กรีนที ยังคงได้รับความนิยม ซึ่งมียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศกัมพูชา และยังคงมีอีกหลายประเทศที่เครื่องดื่ม โออิชี กรีนที ได้ทำการเปิดตลาดไปแล้วด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

ด้วยอัตราการเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม โออิชิ กรีนที ในประเทศต่างๆที่ถึงจุดอิ่มตัว เครื่องดื่มโออิชิ กรีนทีจึงทำการกระจาย และแตก Line สินค้าออกไปยังประเทศต่างๆ จากความเป็นไปได้ของข้อมูลพื้นฐาน ประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นกลุ่มประเทศที่โออิชิน่าจะทำการเจาะตลาด เพราะทั้ง 3 ประเทศนี้ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมการบริโภคที่เน้นในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพตลอดจนสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มโออิชิ กรีนที ต้องทำการปรับรสชาติและแพ็คเกจของผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักรู้ว่าโออิชิ กรีนที เป็นเครื่องดื่มชาเขียวแท้ 100 % แต่เป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงมีการปรับรสชาติ โดยการแตก Line สินค้าที่ผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่น และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยเข้าด้วยกัน โออิชิ จึงได้ทำการคิดค้นรสชาติใหม่ขึ้นมา 2 รสชาติ คือ โออิชิ กรีนที ชาเขียวแท้ ต้นตำรับญี่ปุ่น ( มะลิ ) และโออิชิ กรีนที ชาเขียวแท้ ต้นตำรับญี่ปุ่น ( ใบเตย ) เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคในต่างประเทศ

 

 

ฟิลิปปินส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประเทศฟิลิปปินส์มีประชากรประมาณ 89 ล้านคน และเนื่องจากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจึงต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารประเภทต่างส่งผลให้แนวโน้มตลาดนำเข้าขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการขยายตัวของประชากร โดยโออิชิสามารถอาศัยความได้เปรียบจากการเป็นแบรนด์จากประเทศเพื่อนบ้านที่ผู้บริโภคจะมีพฤติกรรมในการบริโภคคล้ายคลึงกัน และระยะทางการขนส่งก็ไม่ห่างไกลมากนัก

ชาวฟิลิปปินส์มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ โดยเฉพาะอาหารจำพวก Fast Food ที่ส่งผลให้ธุรกิจอุปโภคบริโภคมีการเจริญเติบโตกว่าพันล้านดอลลาร์ต่อปี และปัจจุบันผู้บริโภคหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ที่ชอบจับจ่ายใช้สอยสินค้า จึงน่าจะให้ความสนใจกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดเครื่องดื่ม

 

 

 

 

โดยมีคู่แข่งที่ต้องท้าชนอย่าง C2 Green Tea ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชาเขียวที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ในเรื่องของคุณภาพ และยังเป็นเครื่องดื่มที่ให้ผลดีต่อสุขภาพ และถึงแม้ C2 Green Tea จะอยู่ในตลาดเครื่องดื่มมานานแล้ว แต่ก็ยังเป็นแบรนด์ที่จดจำของผู้บริโภค เพราะมีการปรับปรุงแพ็คเก็จจิ้งให้ทันสมัยตลอดเวลา รูปแบบผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะเป็นขวด ในด้านของรสชาติจะมีรสชาตที่หลากหลายส่วนใหญ่จะมีชาผสมผลไม้ เช่น green tea ,green tea lemon , green tea peach และชาดำ lemon

 

 

สิงคโปร์

 

 

 

 

ประเทศสิงคโปร์ประกอบด้วยประชาชนหลากหลายเชื้อชาติ จึงมีพฤติกรรมการบริโภค และรสนิยมความต้องการที่แตกต่างกัน คือ รสนิยมแบบมาเลย์ และรสนิยมแบบจีน รสนิยมจีนเป็นรสนิยมประจำชาติของชาวสิงคโปร์ เพราะชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 % มีเชื้อชาติจีน นอกจากนี้ ยังมีรสนิยมที่เป็นสากลโดยมีรูปแบบเหมือนกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้บริโภคในแถบเอเชียนิยมดื่มเครื่องดื่มประเภทชาอย่างมาก เป็นหนทางที่ดีต่อโออิชิในการบุกตลาด

สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางด้านการเมือง มีศูนย์กลางธุรกิจทางการค้า และยังเป็นพันธมิตรหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับไทยในการเข้าถึงและขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน ในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการค้าโลก (8 ก.ค. 2552) สำรวจว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการค้ามากที่สุดในโลก เนื่องจากมีความพร้อมทั้งระบบการขนส่งและโครงสร้างโทรคมนาคมที่ทันสมัย ทำให้การขนส่งต่างๆสามารถไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็วและตรงต่อเวลา นับเป็นการง่ายในการส่งสินค้าไปทำการตลาดในสิงค์โปร์

            น้ำประปาของประเทศสิงคโปร์สามารถดื่มได้ น้ำเปล่าในตลาดก็มีราคาสูง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวสิงคโปร์นิยมดื่มน้ำประเภทอื่นๆมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม ชากาแฟ สิงค์โปร์จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่เครื่องดื่มจะก้าวย่างเข้าไปลงทุน  

 

            อย่างไรก็ตามแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดเครื่องดื่มสิงค์โปร์ คือ "LIPTON DIET GREEN TEA" ซึ่งป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในประเทศสิงคโปร์ เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภค ทั้งนี้เนื่องจาก LIPTON เป็นแบรนด์ที่มีขายในแถบเอเชียเกือบทุกประเทศ จึงเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย

 

มาเลเซีย

 

 

 

ประเทศมาเลเซียมีจำนวนประชากร 27.73 ล้านคน มาเลเซียเป็นสังคมหลายเชื้อชาติประกอบด้วย ชาวมาเลย์  ชาวจีน และ ชาวอินเดีย โดยประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม อาหารจึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องหมายฮาลาลที่แสดงว่าเป็นอาหารที่ชาวมุสลิมสามารถรับประทานได้ ซึ่งแสดงว่าโออิชิที่จะทำการตลาดในประเทศมาเลเซียจำเป็นต้องมีโลโก้ฮาลาลปรากฏบนฉลากสินค้าด้วย เพื่อให้ประชาชนชาวมุสลิมที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ในประเทศมาเลเซียสามารถดื่มโออิชิได้

 

*อาหารฮาลาล หมายถึง อาหารหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารซึ่งผลิตขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม มุสลิมสามารถบริโภคได้ โดยคำนึงถึงความสะอาด มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ

 

                                                         Logo halal

 

 

 

ในระยะหลังผู้บริโภคชาวมาเลเซียเริ่มเปิดกว้างและยอมรับอาหารนานาชาติมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มในประเทศมาเลเซียมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และด้วยความที่อาหาร-เครื่องดื่มของไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับอาหารพื้นเมืองของมาเลเซีย ทำให้อาหาร-เครื่องดื่มของไทยเป็นที่นิยมของชาวมาเลเซีย เมื่อโออิชิจะทำการบุกตลาดมาเลเซียจึงไม่ต้องทำการปรับรสชาติผลิตภัณฑ์มากนัก

ตลาดมาเลเซียจึงเป็นอีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากตลาดยุโรปและอเมริกา โดยจากระยะทางที่ใกล้กับประเทศไทยทำให้ต้นทุนการขนส่งต่ำ ทำให้ต้นทุนในการขนส่งไม่สูงขึ้นมากนัก อย่างไรก็ตามการตั้งราคาขายในมาเลเซียมีความสำคัญต้องตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสม

โดยแบรนด์คู่แข่งที่เป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงโดดเด่น คือ Yeo’s Green tea ซึ่งเป็นเครื่องดืมที่มีคุณภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมาะสำหรับผู้ที่รักษาสุขภาพ และเป็นแบรนด์ที่ทุกคนสามารถซื้อหาได้ง่าย เนื่องจากราคามีความเหมาะสมกับขนาด มีทั้งแบบกระป๋องและแบบกล่อง ขนาด 250 ml. นอกจากนี้การจัดโปรโมชั่นยังใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นหลัก การจัดโปรโมชั่นจะจัดตาม ไฮเปอร์มาเก็ตและซุปเปอร์มาร์เก็ต

 

 

Comment

Comment:

Tweet