M-150......?

posted on 27 Aug 2009 13:51 by interbrand-beverages  in M-150

 

 เมื่อกล่าวถึงตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแล้วนั้น นับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่ราคาของสินค้ากลับมีมูลค่าเพียง 7 ถึง 10 บาทเท่านั้น เพราะตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก แต่ตลาดนี้กลับมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 15,000 ล้านบาท โดยมีการนำกลยุทธ์ต่างๆมาใช้เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด ดังเช่นแบรนด์ M-150 ที่เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในปัจจุบัน 

 

M-150 นับเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่ให้พลังงาน โดยมีส่วนผสมของคาเฟอีน (Caffeine) เทารีน (Taurine) อินโนซิทอล (Inositol) และซูโครส (Sucrose) เป็นต้น ซึ่งมีกรรมวิธีในการผลิตที่ไม่ซับซ้อนและต้นทุนต่ำ ประกอบกับเครื่องดื่มประเภทนี้ยังมีช่องทางในการทำตลาดอยู่ เนื่องจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สามารถก่อให้เกิดพลังในการทำงาน จึงเหมาะกับกลุ่มคนที่มีความต้องการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอย่างกลุ่มผู้ใช้แรงงาน (Blue Collar) จากแนวคิดนี้ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาทำการตลาดของเครื่องดื่มชูกำลัง

 

 

 

M-150 มีรสชาติที่แตกต่างออกไปจากแบรนด์อื่นที่มีรสชาติคล้ายยา จึงทำให้ประสบความสำเร็จอย่างมาก M-150 สามารถทำส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 40%  และยังคงเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 50% M-150 ใช้กลยุทธ์ Multi-Brand โดยการสร้างความหลากหลายของตัวสินค้า M-150 มองเห็นจุดอ่อนทางภาคใต้และภาคเหนือจึงออกแบรนด์ฉลามเพื่อต่อสู้กับกระทิงแดง และทำตลาดเชิงรุก (Offensive) แบบการจู่โจมจุดอ่อนของคู่แข่ง (Franking Attack) ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนั้น M-150 ยังใช้กลยุทธ์เปลี่ยนรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ (Re-Packaging) ให้ทันสมัยมากขึ้น และทำการปรับกลยุทธ์ราคาให้ลดลงดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย M-150 ได้ร่วมมือกับบริษัทเสริมสุขซึ่งมีการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มที่แข็งแกร่งครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้สามารถกระจายสินค้าเข้าสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง และกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย มีการจัดกิจกรรมจับรางวัลชิงโชค (Lucky Draw) การเปิดฝาแลกรับของรางวัล (Instant Win) รวมถึงวิธีการ Sports Marketing โดยการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านกีฬา ด้วยแนวคิด "พลังเอ็ม...พลังใจเกินร้อย" และวิธีการ Localize Marketing เช่น เพิ่มกิจกรรมเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก จากการจัดกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ตลูกทุ่ง การฉายหนังกลางแปลงตามต่างจังหวัด

อัตราการขยายตัวของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่สูงขึ้น ที่ทุกแบรนด์มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างมากขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น ส่งผลให้ M-150 จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ใช้วิธีการทำตลาดเชิงรุก (Offensive) และการทำตลาดเชิงรับ (Defensive) โดยใช้วิธีการ Re-positioning และปรับภาพลักษณ์ โดยเน้นกิจกรรมการตลาดด้านดนตรี (Music Marketing) เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มวัยรุ่น (Teenage) และกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Generation) นำนักร้องชาย-หญิง ที่มีชื่อเสียงจากบริษัทแกรมมี่เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ในสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา สื่อกลางแจ้ง การแสดงคอนเสิร์ต และกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ยังเน้นการทำกิจกรรม Below The Line เพื่อเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายด้วยการจับรางวัลชิงโชคอย่างสม่ำเสมอ และทำกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยมีโครงการอบรมและประกวดภาพยนตร์โฆษณา ชุดคลายร้อนให้โลก M-150 นับเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังรายแรกที่มีการใช้สื่อโฆษณาผ่านโรงภาพยนตร์เพื่อหวังที่จะเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากกว่ายิ่งขึ้น การทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ M-150 เป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังที่ใช้จ่ายงบโฆษณาการทำกิจกรรมทางการตลาดมากที่สุด

            M-150 สามารถกลายมาเป็นผู้นำทางการตลาดเครื่องดื่มชูกำลังได้สำเร็จ และมีการทำกิจกรรมทางการตลาดทั้งเชิงรุกและเชิงรับอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งได้จวบจนปัจจุบัน

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet